สมาชิกล็อกอินที่นี่
เสาร์ 16 ธันวาคม 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.aldaily.com/
    Arts & Letters Daily
  • http://www.thaiwriter.net/
    thaiwriter.net
  • http://www.kledthaishopping.com/
    ร้านหนังสือเคล็ดไทย สั่งซื้อหนังสือออนไลน์
  • http://www.chonniyom.co.th/
    ชนนิยม เราทำหนังสือมีชีวิต
  • http://www.typhoonbooks.com/
    สำนักหนังสือไต้ฝุ่น สำนักของปราบดา หยุ่น
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.thaipoet.net/
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
  • http://www.rd-bookclub.com/
    รหัสคดี สำนักพิมพ์ที่พิมพ์เรื่องแนวรหัสคดี
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่

  • สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติ ครั้งที่1: พลังขับเคลื่อนของกลุ่ม stand alone โดย : ปริญญา ชาวสมุน
    โพสต์โดย : midorikwa
    2013-06-04 12:55:57


    ภาพงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ใครต่อมิใครเคยจดจำกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าติดตาม

    เพราะอีกไม่นานจะมีงานสัปดาห์หนังสือของคนกลุ่มเล็กๆ ซึ่งจัดขึ้นด้วยดวงใจอันยิ่งใหญ่เกินตัว

    แม้เงินทุนของบรรดาร้านหนังสืออิสระขนาดเล็กจะไม่มากมายเหมือนร้านยักษ์ใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำจิตน้ำใจของพวกเขาไม่เล็กตามขนาดร้านและกระเป๋าสตางค์เลยแม้แต่นิดเดียว ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของร้านหนังสือเล็กๆ จะกระท่อนกระแท่น บางรายต้องปิดตัวไปอย่างจำใจและมีทีท่าว่าจะเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ

    จนกระทั่งร้านหนังสือเล็กๆ ที่ต้องคอยประคับประคองกิจการของตนให้ไม่ล้มครืน ยอมผละมือมาจับกัน และสร้างเครือข่ายที่น่าจะเหนียวแน่นกว่าลำพังมือเดียว จนเป็นที่มาของเครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ร้านหนังสือเล็กๆ ได้แอบอิงอย่างอุ่นใจจะครบขวบปีแล้ว

    และในปลายเดือนนี้เองเครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็กก็ได้แสดงพลังอีกครั้งโดยจัดงาน 'สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติ ครั้งที่ 1' (สอช.)ขึ้นทั่วประเทศหมุนเวียนไปตามร้านหนังสืออิสระทุกภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 22-29 มิถุนายน 2556 นี้

    สำหรับรายนามร้านหนังสือที่เข้าร่วมโครงการนี้ แม้ไม่มากมาย แต่เชื่อว่าน่าจะคุ้นหูคุ้นตานักอ่านเป็นอย่างดี ได้แก่ กาลครั้งหนึ่ง (อุทัยธานี), บูคู (ปัตตานี), ฟิลาเดลเฟีย (อุบลราชธานี), เฟื่องนคร (นครราชสีมา), มะลิ มะลิ (กรุงเทพฯ), ร้านเล่า (เชียงใหม่),ร้านหนังสือเดินทาง (กรุงเทพฯ), ริมขอบฟ้า (กรุงเทพฯ), สวนเงินมีมา (กรุงเทพฯ),สุนทรภู่ (ระยอง), หนัง (สือ) 2521 (ภูเก็ต), เอกาลิเต้ (ลำปาง), Bookmoby (กรุงเทพฯ), Book Re:public (เชียงใหม่) และ Booktopia (อุทัยธานี)

    กองทัพย่อมมีแม่ทัพ ดังนั้นการจัดงานใหญ่ย่อมมีผู้นำ และต้องเป็นผู้นำที่เชื่อถือได้อันได้แก่ จรัญ หอมเทียนทอง เป็นประธานโครงการ, วินัย ชาติอนันต์ เป็นรองประธานฝ่ายสายส่ง, สกุณี ณัฐพูลวัฒน์ เป็นรองประธานฝ่ายร้านหนังสือ และเรืองเดช จันทรคีรี เป็นรองประธานฝ่ายสำนักพิมพ์

    งานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระมีที่มาที่ไปอย่างไร?
    เรืองเดช
     "ถ้าเป็นทางการก็ต้องนับตั้งแต่วันประชุมใหญ่ครั้งแรกของ คสล.(เครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก) คือเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนปีที่แล้ว ในหัวข้อ 'ทางเลือก ทางลง ทางเลิก หรือทางรุ่ง ของธุรกิจอิสระขนาดเล็กในวงการหนังสือไทย’ ที่อาคารมหาจักรีสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    แต่ถ้าไม่เป็นทางการมันก็นานเป็นสิบปีที่ธุรกิจเล็กๆ ในวงการหนังสือ โดยเฉพาะคนทำหนังสืออิสระ เริ่มตระหนักถึงที่อยู่ที่ยืนของกลุ่มตัวเองว่านับวันจะถูกระบบผลักให้ไปยืนขอบเหวมากขึ้น

    ตอนปลายปี 2546 ถึงต้นปี 2547 ชาติ กอบจิตติเดินสายพบแฟนนักอ่านของเขาตามร้านหนังสือต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 30 จังหวัด เขาพบว่าร้านหนังสือเล็กๆ กำลังแแพ้เปรียบร้านเครือข่าย จำเป็นต้องสร้างอำนาจต่อรอง คุณชาติสรุปว่า “ถ้าเราแรงน้อยเราก็ควรจะรวมตัว แล้วเอาพลังที่เพิ่มขึ้นนั้นไปต่อรอง อย่างถ้าเราเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ตอนนี้ร้านเล็กๆ ทั่วประเทศมีสัดส่วนมากกว่าร้านใหญ่นะ เพียงแต่เราไม่มีการสร้างเครือข่ายเพื่อต่อรองเท่านั้น ถ้ารวมตัวกันติดต่อรองกันได้อำนาจมันก็จะคานอีกฟาก สุดท้ายร้านใหญ่เขาก็อยู่ได้ขณะเดียวกันร้านเล็กๆ ก็รอด...อย่าลืมนะว่าถึงตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือรายใหญ่หรือสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ เขาก็ยังต้องอาศัยร้านเล็กวางหนังสืออยู่นะ เขาไม่ได้วางแค่ร้านใหญ่อย่างเดียว นี่คือเราพูดเฉพาะขณะนี้นะ แต่ในอนาคตไม่แน่...ถ้าเขาสามารถยึดพื้นที่ได้เต็มเขาก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งร้านเล็ก"

    ชาติ กอบจิตติวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีร้านหนังสือทั่วประเทศประมาณ 700 ร้าน เป็นเครือข่ายซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์150 สาขา เครือข่ายนายอินทร์ประมาณ 60 สาขา และเครือข่ายบุ๊คสไมล์ 50 สาขาสรุปคือ ในปี 2547 ร้านหนังสือเครือข่ายมีประมาณ 250 ร้าน ร้านอิสระมีประมาณ 450 ร้าน

    9 ปีผ่านมาถึงวันนี้ สถานการณ์เข้าขั้นสายเกินไปแล้วเมื่อร้านหนังสือทั่วประเทศประมาณ 3,500 ร้านเป็นร้านเครือข่ายกว่า 3,000 ร้าน มีร้านหนังสืออิสระเหลืออยู่ไม่เกิน 250 ร้าน จำนวนใกล้เคียงกับร้านนายอินทร์เพียงเครือข่ายเดียว ร้านหนังสืออิสระที่มีคุณภาพมีเอกลักษณ์จริงๆ มีไม่เกิน 20 ร้านด้วยซ้ำ

    หรือจะย้อนไปไกลกว่านั้น เมื่อเดือนกรกฎาคม 2543 คุณรวี สิริอิสระนันท์จัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ใช้ชื่องานว่า "ทางเลือก-ทางรอดของวรรณกรรมนอกกระแส" เขาเชิญผม เชิญคุณจตุพล บุญพลัดหรือคุณชีวี ชีวาบรรณาธิการแพรวสำนักพิมพ์ เชิญคุณวชิระ บัวสนธ์, คุณรักษ์ มนันยา ที่ตอนนั้นเป็นบรรณาธิการดอกหญ้าไปพูดคุยกันว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไรหนังสือวรรณกรรมจึงขายไม่ได้ ทำไมสำนักพิมพ์เล็กๆ จึงอยู่รอดยาก คุณรวีกับเพื่อนๆ จัดกิจกรรมเสวนา "ทางเลือก-ทางรอดของวรรณกรรมนอกกระแส" ต่อเนื่องกัน 3 ปีเพื่อสร้างพื้นที่ให้วรรณกรรมทางเลือก เริ่มเกิดปรากฏการณ์ของหนังสือมือทำและการจัดงานหนังสือริมน้ำที่สวนสันติชัยปราการ กระทั่งรวมตัวเป็นเครือข่ายหนังสืออิสระ หรือ Indy Book Net เป็นตัวตั้งตัวตีจัดงาน Indy Book Day ขึ้นครั้งแรกในปี 2546 ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง แล้วพัฒนาต่อมาเป็น "งานมหกรรมหนังสือทำมือและสื่อทางเลือกแห่งประเทศไทย" จัดต่อเนื่องกัน 6 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน มีนาคม 2554

    จึงเห็นได้ว่าประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อหาที่พื้นที่ให้กับหนังสือทางเลือกและสำนักพิมพ์อิสระนี่ยาวนานกว่า 10 ปีแล้ว และพิจารณาในแง่ตัวบุคคลและเครือข่ายแล้วถือว่าเป็นขบวนการที่ต่อเนื่อง เพียงแต่ใครเหนื่อยก็พัก ใครอาสาสมัครจะทำก็รับไม้ต่อ มันขาดแต่การออกแบบกิจกรรมที่นำไปสู่การสร้างระบบที่ผู้มาทีหลังสามารถสานต่อและต่อยอดได้เท่านั้น

    งานสัปดาห์หนังสืออิสระแห่งชาติเป็นการออกแบบกิจกรรมเพื่อสร้างระบบ อันเป็นปฏิบัติการณ์หนึ่งใน 2-3 อย่างที่เกิดขึ้นหลังจากการประชุมใหญ่ คสล.เมื่อปีที่แล้ว"

    จัดงานสัปดาห์หนังสือโดยกลุ่มร้านหนังสืออิสระแบบนี้เป็นการประชดประชันงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติหรือกรุงเทพฯเมืองหนังสือโลกหรือเปล่า?

    เรืองเดช
     "เปล่าเลยครับ ถ้าพิจารณาจากประวัติศาสตร์ที่ว่ามาจะเห็นเลยว่าไม่เกี่ยวกัน กรุงเทพฯเมืองหนังสือโลกมาทีหลัง และมาแค่ปีเดียวกระมังถ้าไม่มีโครงการสานต่อ แต่สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติมีครั้งที่ 2 และครั้งต่อๆ ไปแน่ ความจริงเราก็อยากให้ทาง กทม.หรือ สสส.ยื่นไมตรีมาเกี่ยวกับเราบ้างหากเห็นว่าสิ่งที่เราทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะเราไม่มีงบไม่มีทุน ครั้นจะให้เขียนโครงการของบ พวกเราก็ทำไม่เป็น ก็ว่ากันไปลุ่นๆ จริงๆ กันไป ทำดีที่สุด ได้แค่ไหนก็แค่นั้น"

    นี่คือสัญญาณว่าร้านหนังสืออิสระกำลังร่อแร่หรือไม่ หรือเป็นสัญญาณที่ดีที่มีการจับมือกัน สามัคคีกัน?

    เรืองเดช
     "สอช.เป็นสัญญาณที่ดี เป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการหนังสือ เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ซึ่งบอกว่ามีทางออกแล้ว ในรอบ 9 ปีที่คุณชาติมองเห็นภาพว่าร้านหนังสืออิสระกำลังถูกเชนสโตร์คุกคามนั้นมีร้านหนังสืออิสระบางร้านอย่างเช่น 'ร้านเล่า' และ 'ร้านหนังสือเดินทาง' อยู่รอดมาได้ ทั้งสองร้านนี้มีอายุเกิน 10 ปีแล้วแม้จะต้องย้ายทำเลกันร้านละ 3 หน อีกทั้งในช่วงสองสามปีมานี้มีร้านหนังสืออิสระที่มีคุณภาพมีเอกลักษณ์เกิดขึ้นอีกจนรวมกันเกินกว่า 10 ร้าน นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการธุรกิจหนังสือ

    เมื่อก่อนมีร้านธมบุ๊คซาลองของคุณเชิด ทรงศรี มีร้านบุ๊คแอนด์เบียร์ของอาจารย์นพพร สุวรรณพานิช แต่มันเกิดทีละร้านแล้วก็เลิกราไปและเกิดเฉพาะในกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ ต่างจังหวัดอาจมีบ้าง เช่นร้านนาคร-บวรรัตน์ของคุณหมอบัญชา พงษ์พานิช แต่ไม่เคยปรากฏการณ์มีร้านหนังสืออิสระที่ขยันจัดกิจกรรมมีความอดทนมีใจรักในธุรกิจเกิดขึ้นพร้อมกัน 10 กว่าแห่งทั่วทุกภูมิภาค บางจังหวัดอย่างเชียงใหม่และอุทัยธานีมี 2 ร้านด้วยซ้ำ และมีแนวโน้มว่าหลังจาก สอช.แล้ว จะเกิดขึ้นอีกมาก เพราะคำตอบมีให้แล้วว่าการทำธุรกิจร้านหนังสืออิสระไปได้ ทำแล้วอยู่ได้ คุณทราบไหมร้านฟิลาเดลเฟียที่อุบลฯกำลังลงทุนสร้างบ้านหรือก็คือร้านใหม่ ร้านเฟื่องนครเมื่อย้ายไปอยู่ทำเลที่สามสามารถผสานการทำงานกับชุมชนถึงขั้นจะออกแบบธุรกิจสร้างสรรค์ในระดับจังหวัดกันแล้ว บุ๊ครีพับลิคที่เชียงใหม่จัดประชุมคู่ขนานเรื่องนโยบายน้ำคู่ขนานกับรัฐบาลจนเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อเร็วๆ นี้ หรือร้านก็องดิดที่บริหารโดยคุณดวงฤทัย เอสะนาชาตังที่จะเปิดในทำเลใหม่เดือนสิงหาคมนี้ก็อยู่ในทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยามีสถานที่กว้างขวางเหมาะแก่การชุมนุมนักเขียนนักอ่านเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เป็นอย่างยิ่ง ไม่นับบุ๊คโมบี้ฯที่ได้นักคิดนักสร้างสรรค์อย่างปราบดา หยุ่นบริหารจัดการที่กลายเป็นสถานที่นัดพบของคนรุ่นใหม่ผู้มีวัฒนธรรมไปแล้ว

    ผมเชื่อว่าปีหน้า ร้านหนังสืออิสระจะเป็นกระแสยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอ่านสาระบันเทิงใหม่ๆ ด้วยวิธีการใหม่ที่ผสมผสานหลายสื่อเข้าด้วยกัน โดยยังมีตัวหนังสือกระดาษเป็นแกนกลางอยู่"

    ดูจากรายชื่อร้านหนังสืออิสระที่เข้าร่วม ถือว่าน้อยไปไหม หรืออันที่จริงร้านหนังสืออิสระก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว?

    เรืองเดช "ถ้านับจำนวนแม้เทียบกับร้านหนังสือห้องแถวที่จัดเป็นร้านเอกเทศ หรือ stand alone รวมกับร้านเครือข่ายเล็กอย่างเส้งโหและแพร่พิทยา ก็ถือว่าน้อยมาก เพราะเป็น 15 ร้านจาก 250 ร้าน แต่ในแง่คุณภาพแล้วถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่มีพลัง เพราะหลายร้านอดทนต่อสู้ สร้างกิจกรรมจนมีพื้นที่ในการรับรู้ของผู้คนมากพอจากระดับท้องถิ่น สู่ระดับภูมิภาค จนกระทั่งระดับประเทศ เมื่อจับมาเชื่อมโยงให้เห็นภาพเป็นโครงข่าย พลังรวมจึงเกิดขึ้น

    ปีนี้มีร้านอื่นๆ มาขอเข้าร่วมอีก 2-3 ราย แต่เราดูคุณสมบัติแล้วยังไม่เข้าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ จึงยกยอดไปปีหน้า ให้เขามีเวลาพัฒนาไปอีกระยะ

    คสล.ได้จับมือกับโครงการร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิดของเครือข่ายนักอ่านไทยซึ่งมีคุณปราย พันแสงเป็นหัวเรือใหญ่แล้วด้วย ร้านสุนทรภู่ที่ระยองเป็นร้านแรกของโครงการนี้จะเปิดเป็นทางการในวันที่ 26 มิ.ย.เพื่อร่วม สอช.ด้วย ถ้าโครงการร้านหนังสือเล็กๆ ที่บ้านเกิดขยายตัวได้อย่างที่วางเป้าหมาย งาน สอช.ปีหน้าจะมีร้านหนังสืออิสระที่มีคุณภาพเข้าร่วมมากกว่า 30 ร้าน และถ้าสายส่งลงพื้นที่ปรับสภาพร้านเดิมที่เป็นคู่ค้าให้มีคุณภาพมีเอกลักษณ์มากขึ้น เป้าหมายจำนวน 50 ร้านน่าจะเป็นไปได้ ซึ่งถ้ามีถึง 50 ร้านก็เริ่มส่งผลบวกต่อธุรกิจหนังสือโดยรวมอย่างมีนัยยะสำคัญแล้ว"

    ถามแบบมาตรฐานงานหนังสือ---ในงานมีกิจกรรมเด่นอะไรบ้าง?

    เรืองเดช "กิจกรรมพื้นฐานที่สุดในงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระคือรายการนักเขียนพบนักอ่านในร้านหนังสือ แต่ปีนี้ไม่ได้ประสานไปทางสมาคมต้นน้ำของวงการหนังสือทั้ง 4 สมาคม จึงยังไม่มีการจัดกิจกรรมที่ริเริ่มจากสมาคมต้นน้ำร่วมกับร้าน เช่น กิจกรรมเปิดตัวหนังสือ แจกลายเซ็นนักเขียน กิจกรรมอ่านบทกวี ฯลฯ แต่ก็พยายามประสานนักเขียนในพื้นที่เป็นรายบุคคลแทนปีนี้บอกกล่าวกันไม่ทัน จริงๆ ควรเริ่มประกาศเชิญชวนให้สำนักพิมพ์ส่งรายชื่อนักเขียนที่จะร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นปี

    ในส่วนกิจกรรมที่ริเริ่มจากร้านเองจะเป็นรายการเสวนาในหัวข้อต่างๆ ซึ่งปกติแต่ละร้านก็มีการจัดอยู่บ่อยครั้ง บางร้านก็เรียกได้ว่ามีทุกเดือนอยู่แล้ว เพียงแต่ในช่วงสอช. อาจจะถี่หน่อยคือในรอบ 8 วันบางร้านอาจจัดถึง 3 รายการ

    อีกส่วนหนึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายจากสำนักพิมพ์เล็ก มีหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น

    1.สำนักพิมพ์ผีเสื้อมอบหนังสือเป็นพิเศษแก่ผู้อ่านทุกท่านที่ซื้อหนังสือของสนพ.ใดก็ได้จากร้านที่เข้าร่วม 3 เล่มขึ้นไป ใน สอช.โดยขอใบเสร็จจากร้านส่งไปยังสำนักพิมพ์ผีเสื้อ

    2.สำนักพิมพ์รหัสคดีมอบหนังสือแถมให้ผู้ที่ซื้อหนังสือจากร้านที่เข้าร่วม (15 ชื่อเรื่องๆละ 2 เล่ม รวมร้านละ 30 เล่ม) โดยมีเงื่อนไขซื้อหนังสือของสนพ.ใดก็ได้ในร้านที่เข้าร่วม 1 เล่ม แถมหนังสือสนพ.รหัสคดี 1 เล่มในราคาที่เท่ากันหรือต่ำกว่า (หนังสือแถมรับที่ร้านได้ทันที หมดแล้วหมดเลย)

    3.สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นใช้วิธีสนับสนุนแบบเดียวกับสนพ.รหัสคดี วิธีนี้หนังสือที่มอบให้เป็นของแถมต้องไม่มีวางจำหน่ายในร้านนั้นๆ ในช่วง สอช. เพื่อให้หนังสือแถมมีพลังเพิ่มขึ้น

    4.สำนักพิมพ์สารคดีจัดกิจกรรม 'หนึ่งวันซื้อหนังสือ 3 ร้าน เที่ยว 3 แพร่ง' ร่วมกับร้านหนังสือเดินทาง, ริมขอบฟ้า และสวนเงินมีมา โดยให้ผู้อ่านปั๊มตราร้านในพาสปอร์ตครบ 3 ร้านใน 1 วันในช่วง สอช.แล้วเขียนชื่อที่อยู่ใส่กล่องที่ร้านทั้งสามเพื่อนำไปจับฉลากชิงรางวัลพิเศษ"

    หากเป็นงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ผู้จัดมักจะหวังผลเป็นเม็ดเงินมหาศาล แล้วงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระหวังผลอะไรบ้าง?

    เรืองเดช "ผลลัพธ์ที่คาดหวัง หรือวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมาย เบื้องต้นหรือเฉพาะหน้าเฉพาะครั้งก็มี 3-4 อย่าง

    1.เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านหนังสืออิสระประจำท้องถิ่นเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นทั้งในระดับชุมชน ระดับภูมิภาคและระดับชาติ

    2.เพื่อให้ผู้คนในวงการหนังสือและนอกวงการได้ร่วมกันให้กำลังใจร้านหนังสืออิสระที่ได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ เพื่อประกอบสัมมาชีพที่ตนรักและเชื่อมั่นให้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

    3.เพื่อให้เป็นหมุดหมายเชื่อมโยงระหว่างร้านหนังสืออิสระขนาดเล็กด้วยกันเองเชื่อมโยงร้านหนังสือ สำนักพิมพ์ สายส่ง และผู้อ่านนำไปสู่การจัดระบบห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก

    4.ส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ขนาดเล็กเพื่อพัฒนาคุณภาพและเนื้อหาที่แตกต่างหลากหลายควบคู่กับความมีเอกลักษณ์ของแต่ละราย

    ส่วนเป้าหมายเบื้องลึก หรือระยะยาวคือ ให้เป็นหัวหอกในการเสริมสร้างความมั่นคงธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น เป็นศูนย์ทางวัฒนธรรมและแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ร้านค้าอิสระยิ่งมีมากเท่าไร โอกาสเลือกและความหลากหลายก็ยิ่งมีมากเท่านั้นรวมถึงชุมชนนั้นก็รักษาความเป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์ได้อย่างแท้จริง ทำให้มีการจ้างงานมีเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น ประหยัดพลังงาน รักษาสภาพแวดล้อมอย่าเพิ่งให้อธิบายรายละเอียดเลย จะกลายเป็นความเพ้อเจ้อไป เอาแค่เป้าหมายระยะสั้นให้ได้ก่อนแล้วกัน

    เรื่องเม็ดเงินมหาศาลไม่ได้หวังครับ ทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่านมากกว่าการขายกันก่อนดีกว่า เงินจะไหลมาทีหลัง"

    การจัดงานทั่วประเทศแบบนี้ หวังให้เป็นการหว่านเมล็ดรอครั้งหน้าเลยหรือเปล่า?

    เรืองเดช "คำตอบได้ให้ไปแล้ว อย่าเรียกว่าการหว่านเมล็ดหรือหว่านพืชเพื่อหวังผลเลย ผลจะเป็นอย่างไร เราไม่รู้หรอก แต่ต้องทำเหตุให้ดีที่สุดก่อน นั่นหมายถึงวางรากฐานให้ต่อยอดได้ ถ้ารากลึกฐานกว้างก็ต่อยอดขึ้นไปได้สูงเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น กรอบเวลาจัด สอช.ใครๆ ก็รู้ล่วงหน้าได้ว่าเป็นปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี ซึ่งมีที่มามีเหตุผลของมันอยู่ ทำไมสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติควรจัดในช่วงปลายเดือน มิ.ย.ของทุกปี

    1.เครือข่าย สนพ.อิสระขนาดเล็ก จัดประชุมใหญ่ครั้งแรกเมื่อ 23 มิ.ย. 2555 และวันต่อมาเริ่มเปิดแฟนเผจเป็นทางการ 2 แฟนเผจและเปลี่ยนชื่อเป็นเครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก เพื่อรวมสนพ.และร้านหนังสืออิสระขนาดเล็กเข้ามาเป็นเครือข่ายเดียวกันคสล.จึงถือเอาวันที่ 24 มิ.ย.2555 เป็นวันเริ่มต้นเครือข่าย

    อนึ่ง วันที่ 24 มิ.ย.เป็นวันชาติไทย โดยเฉพาะ 24 มิ.ย.2555 ครบรอบ 80 ปีพอดี

    2.การจัดช่วงปลายเดือนนอกจากจะมีวันที่ 24 มิ.ย. เป็นวันสำคัญแล้วยังมีวันที่ 26 มิ.ย. เป็นวันสุนทรภู่ด้วยทั้งสองวันสำคัญนี้เหมาะแก่การจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาสาระให้ตรงกับวันได้

    3.ปลายเดือนมิถุนายนอยู่หลังงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประมาณ 2 เดือนกว่า ผู้อ่านน่าจะกระตือรือร้นในการเข้าร่วมแล้ว

    4.ผลจากข้อ 3 สนพ.จะเตรียมทรัพยากรสำหรับงานนี้ไปพร้อมกับงานเดือนเมษาได้สะดวกขึ้น เช่น พิมพ์ใบคั่นหนังสือเผื่อไว้ (บางเจ้าลงหลายแบบพร้อมกันจะได้ออกแบบสำหรับงานสัปดาห์ร้านหนังสือไปเลย)

    5.ผลจากข้อ 3 และ 4 สำนักพิมพ์พิมพ์หนังสือในปริมาณที่ขายต่อในงานร้านหนังสืออิสระได้ตรงนี้ร้าน ต่างจังหวัดจะได้ประโยชน์กว่าร้านในกรุงเทพฯ เช่นตอนนี้หนังสือรหัสคดีบางปกมีนโยบายพิมพ์ขายเฉพาะงานศูนย์สิริกิติ์ 2 งานโดยไม่วางตามร้านหนังสือเลย ก็จะมีโอกาสวางตามขายตามร้านอิสระที่อยู่ต่างจังหวัดในช่วงงานปลายเดือนมิถุนายน (ขอโทษที่ต้องยกตัวอย่างของตัวเองเพราะจะได้เห็นภาพชัด ปีนี้รหัสคดียังไม่มีหนังสือวางขาย มีแต่หนังสือไปให้แถม)

    แต่ละปีจะรู้ได้เองเลยว่าสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติจะมีขึ้นเมื่อไร หลักก็คือจัดช่วงปลายเดือน มิ.ย. ของทุกปี ระยะเวลา 8 หรือ 9 วัน ให้คร่อมวันที่ 24 และ 26 มิ.ย.ด้วยทุกปี เช่น ครั้งที่ 2 ปีหน้าจะจัดระหว่างวันเสาร์ที่ 21 มิ.ย. จบวันเสาร์ที่ 28 มิ.ย. (คร่อมวันที่ 24 และ 26 เช่นเดียวกับปีนี้) หรือจะให้ไปจบวันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย. เลยก็ได้

    ถ้าผลักสัปดาห์ร้านหนังสือแห่งชาติให้เป็นวาระของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯและมีแผนกส่งเสริมกิจการร้านหนังสืออิสระอย่างจริงจัง ก็จะมีคนรุ่นใหม่กล้าเข้ามาในธุรกิจนี้มากขึ้นแน่นอน ภายใน 4-5 ปีเครือข่ายร้านหนังสืออิสระจะถ่วงดุลกับเครือข่ายนายอินทร์และซีเอ็ดได้ สีสันความหลากหลายจะเกิดขึ้นในวงการหนังสือ เนื่องจากร้านเครือข่ายเองก็จะเจอปัญหาค่าเช่าในโมเดิร์นเทรดแพงขึ้น ต้องปรับไปขายสินค้านอนบุ๊ค (Non-book) มากขึ้น ความเป็นร้านหนังสือที่มีสีสันมีทางเลือกหลากหลายจะยิ่งลดน้อยลงไปอีก คนรุ่นใหม่ที่มีรสนิยมจะหันเข้าร้านหนังสืออิสระมากขึ้น"

    เพราะฉะนั้นคงจะดีหากคนรุ่นใหม่ที่มีรสนิยมจะไปร่วมงานสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติครั้งที่ 1 นี้กันถ้วนหน้า

    ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    http://www.bangkokbiznews.com/

    Life Style : Read & Write
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 06:00
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design