สมาชิกล็อกอินที่นี่
อังคาร 21 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.thaiwriternetwork.com/
    เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย รวมประวัตินักเขียน มีคอลัมน์และงานเขียนใหม่ๆ ให้อ่าน
  • http://www.thaiwriter.net/
    ไทยไรเตอร์ ชุมชนวรรณกรรม
  • http://www.typhoonbooks.com/
    สำนักหนังสือไต้ฝุ่น สำนักของปราบดา หยุ่น
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://www.sakulthai.com/
    สกุลไทย
  • http://bookgang.net/
    ก๊วนปาร์ตี้
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/
    เสาร์สวัสดี
  • http://www.tuneingarden.com/
    'รงค์ วงษ์สวรรค์
  • http://www.sameskybooks.org/
    ฟ้าเดียวกัน
  • http://www.chonniyom.co.th/
    ชนนิยม เราทำหนังสือมีชีวิต

  • ทำไมกลอนเปล่า ทำไมไม่มีหญิงสาวในบทกวี // โกศล อนุสิม
    โพสต์โดย : mataree
    2010-10-06 19:45:55

    คงเป็นที่แปลกใจและตกอกตกใจกันไม่น้อยที่ปีนี้กลอนเปล่าได้รับรางวัลบทกวีซีไรต์ อันเป็นรางวัลวรรณกรรมที่ได้รับความสำคัญอันดับหนึ่งของเมืองไทย ข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ เพราะรางวัลซีไรต์มีมายาวนาน 30 ปี แต่ละปีมีแค่รางวัลเดียว ดอกผลของรางวัลมีทั้งมูลค่าที่นับได้และนับไม่ได้ ทุกคนที่มีส่วนในรางวัลอันได้แก่ ผู้เขียนหนังสือ ผู้พิมพ์หนังสือ ผู้แข่งขัน ผู้เข้ารอบ ผู้ตกรอบ ผู้ได้รางวัล คงรู้กันในอก อย่าทำเป็นเหนียม เรื่องลาภยศสรรเสริญเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนทั้งหลายแสวงหา ไม่งั้นก็ไม่ต้องส่งชิงรางวัล แต่อย่าให้ความสำคัญมากกว่าคุณค่าของหนังสือก็เป็นพอ

    กลอนเปล่า หรือศัพท์เป็นทางการของราชบัณฑิตยสถานว่า “ร้อยกรองอิสระ” โดยแปลมาจากภาษาอังกฤษว่า free verse เป็นรูปแบบการเขียนกวีนิพนธ์แบบหนึ่งของฝรั่ง เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยเมื่อใดก็ไม่ทราบได้ นักวิชาการหรือนักวิจัยทั้งหลายคงศึกษาไว้แล้ว หากยังก็ขอฝากไว้ที่นี้ด้วย รูปแบบการเขียนชนิดนี้มีอยู่เป็นอันมากในหมู่นักเขียน นักอ่าน และวงการวรรณกรรมไทย ได้รับยอมรับว่าเป็น “กวีนิพนธ์” เช่นกัน เพราะงานเขียนประเภทนี้มีตีตรากวีนิพนธ์บนปกหนังสือ โดยไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีเสียงคัดค้านจากใครหรือองค์กรใดว่าไม่ใช่กวีนิพนธ์ ทั้งยังมีการยกย่องงานเขียนประเภทนี้ไม่น้อย ได้รับรางวัลจากองค์กรต่าง ๆในฐานะหนังสือกวีนิพนธ์ก็มี เคยเข้ารอบแรกรางวัลซีไรต์ก็มี
    ส่วนตัวผมเองนั้นก็ยอมรับว่ากลอนเปล่าเป็นกวีนิพนธ์ ทั้งชอบอ่านและชอบเขียน เคยมีผลงานกวีนิพนธ์กลอนเปล่าตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ เช่นกัน หนังสือกลอนเปล่าผสมกับกลอนฉันทลักษณ์ก็มี โดยหนังสือดังกล่าวเขียนโดยใช้นามปากกา ทั้งยังเขียนอยู่ต่อเนื่อง แต่ในช่วงหลังมานี้ เขียนแล้วเก็บไว้ในลังต้นฉบับบ้าง ในเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง ทั้งกลอนเปล่าและกลอนฉันทลักษณ์ เนื่องด้วยไม่มีแรงจูงใจในการเผยแพร่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลายแล้ว มีเผยแพร่บ้างตามเว็บไซต์และบล็อกส่วนตัว หากแต่แรงจูงใจในการเขียนและการอ่านยังมีครบถ้วน

    ด้วยเหตุตามย่อหน้าข้างต้น ผมจึงมีความหวังมานานแล้วว่า น่าจะมีกลอนเปล่าได้รับรางวัลซีไรต์บ้าง เพราะกลอนเปล่าดี ๆ ก็มีเป็นจำนวนมาก จนเมื่อกลอนเปล่าของมุฮัมหมัด ส่าเหล็ม ได้เข้ารอบซีไรต์ผมก็ดีใจ แม้จะไม่ได้รับรางวัลแต่ก็เป็นแสงส่องทางให้กลอนเปล่าเดินสู่รางวัลซีไรต์ จนในที่สุดปีนี้ คือปี 2553 หนังสือกลอนเปล่าชื่อ “ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” ของ ซะการ์รียา อมตยา ได้รับรางวัลซีไรต์ โดยที่ผมก็ไม่นึกมาก่อนว่าตัวเองจะมีส่วนร่วมทั้งในรอบคัดเลือกและรอบตัดสินให้หนังสือเรื่องนี้ได้รางวัล

    ดังนั้นก็ขอบอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่าสมใจผมแล้ว ที่กลอนเปล่าได้รับรางวัลซีไรต์ในปีนี้

    ทำไมจึงสมใจ สมใจเพราะอะไร?

    1.เพราะกลอนเปล่าเป็นกวีนิพนธ์เช่นเดียวกับบทกวีฉันทลักษณ์ จึงมีสิทธิที่จะได้รับรางวัลนี้โดยเท่าเทียม

    2.เพราะผู้เขียนกลอนเปล่าก็เป็นนักกลอน (ถ้าจะเรียก) หรือเป็นกวี (ถ้าจะเรียก) เช่นกัน เป็นผู้สร้างสรรค์ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ สติ ปัญญา หลอมรวมกันกับประสบการณ์ชีวิตแล้วกลั่นกรองเป็นงานเขียนที่เรียกว่ากวีนิพนธ์ ซึ่งต้องใช้พลังในการสร้างสรรค์ไม่น้อยไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นกวีกลอนเปล่าหรือกวีฉันทลักษณ์

    3.เพราะกลอนเปล่าเป็นบทกวีที่สามารถเขียนได้ดี เขียนได้งาม เขียนได้สาระ เช่นเดียวกับกลอนฉันทลักษณ์ ในประเทศไทยนี้มีกลอนเปล่าดี ๆ เป็นจำนวนมากที่เขียนได้ดี เขียนได้งาม เขียนได้สาระ มีประโยชน์ในการเพิ่มพูนสติปัญญาแก่ผู้คนและสังคม อันผลหรือจุดมุ่งหมายของงานศิลปะไม่ว่าแขนงใด ทำให้ศิลปะนั้นมีคุณค่า และคนสร้างก็มีคุณค่าด้วย

    ดังนั้น หากจะตั้งข้อรังเกียจว่ากลอนเปล่า หรือ หนังสือเรื่อง “ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” ไม่สมควรได้รางวัลซีไรต์เพราะไม่เป็นบทกวี จึงไม่มีความชอบธรรมพอที่จะตั้งข้อรังเกียจเช่นนั้น และที่ว่าการให้รางวัลแก่กลอนเปล่าจะเป็นการทำลายงานกวีฉันทลักษณ์นั้น ก็ไม่มีเหตุที่ควรจะกล่าวอ้างเช่นกัน เพราะรางวัลไม่มีอิทธิพลหรือส่งผลมากมายปานนั้น (อ่านที่ผมเขียนเรื่องนี้ในบทความเรื่อง บทกวีฉันทลักษณ์หรือไม่ฉันทลักษณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมดาโลก คลิกที่นี่) ส่วนจะทำให้มีการเขียนการอ่านบทกวีประเภทกลอนเปล่ามากขึ้นหรือไม่นั้น ก็ต้องดูกันต่อไป หากเกิดขึ้นจริงก็เป็นการดี เพราะการสร้างสรรค์นั้นไม่ว่ารูปแบบใด หากมีมากทั้งปริมาณและคุณภาพก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ

    หากตั้งข้อรังเกียจว่ากลอนเปล่าไม่เป็นเอกลักษณ์ไทย ขาดความเป็นไทย หรืออะไรที่ไทย ๆ ถ้าเช่นนั้นต้องกลับไปใส่ผ้าถุง นุ่งโจงกระเบน ใส่ผ้าเตี่ยว กันด้วยเพราะเป็นของไทยแท้ ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่ปัจจุบันนี้ล้วนเป็นของตะวันตกทั้งสิ้น รวมทั้งต้องกลับไปใช้สมุดข่อยเขียนบทกวีกัน เพราะกระดาษปากกาที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็เป็นผลิตผลของตะวันตกทั้งเพ

    หากจะติติง วิพากษ์วิจารณ์หนังสือซีไรต์ในปีนี้หรือปีไหนก็ตาม ควรหยิบยกเนื้อหามาพิจารณากัน วิพากษ์วิจารณ์วิเคราะห์เจาะลึกกันว่ามีดี มีด้อย ตรงไหน มีผิดพลาดบกพร่องที่ใด มีสิ่งใดควรสงสัย หรือคัดลอกของใครมาก็ชี้ให้ชัด เอาต้นฉบับมาเทียบกันให้ชัดเจน เช่นนี้ก็จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์และได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย

    ขอย้ำในที่นี้ว่า ที่ผมบอกว่าสมใจแล้วที่กลอนเปล่าได้รับรางวัลซีไรต์ในปีนี้ ผมสมใจที่กลอนเปล่าได้รับรางวัลนะครับ ไม่ใช่สมใจที่หนังสือกลอนเปล่าเรื่อง “ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” ได้รับรางวัล และการได้รับรางวัลของหนังสือกลอนเปล่าในปีนี้นั้นก็โดยมติของคณะกรรมการทั้งในขั้นกรรมการคัดเลือกและในขั้นกรรมการตัดสิน หากใช่คนใดคนหนึ่งผลักดันไม่

    และขอย้ำอีกเรื่องหนึ่งว่า นี่เป็นความเห็นของผมเพียงคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการซีไรต์คณะใด และเป็นความเห็นผมในฐานะคนเขียนและคนอ่าน ไม่ใช่ฐานะกรรมการใด ๆ เพราะหน้าที่กรรมการได้สิ้นสุดลงแล้วก่อนที่จะเขียนบทความนี้.

    โกศล อนุสิม
    6 ตุลาคม2553

     

    ที่มา http://kosolanusim.org/why-free-verses

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design