สมาชิกล็อกอินที่นี่
อังคาร 21 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://www.rd-bookclub.com/
    รหัสคดี สำนักพิมพ์ที่พิมพ์เรื่องแนวรหัสคดี
  • http://www.kledthaishopping.com/
    ร้านหนังสือเคล็ดไทย สั่งซื้อหนังสือออนไลน์
  • http://www.osotho.com/
    อสท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • http://www.kwanruen.com/
    ขวัญเรือน
  • http://www.thaingo.org/
    สื่อทางเลือกเพื่องานพัฒนา
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.seawrite.com/
    รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่
  • http://www.praphansarn.com/
    ประพันธ์สาส์น สำนักพิมพ์ ชุมชนวรรณกรรม ทำเนียบนักเขียน

  • เวียดนามตามลำพังและขจรฤทธิ์ รักษา :โดย : ภูเพยีย /กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    โพสต์โดย : mataree
    2010-07-04 21:48:16

    ไม่ว่าหญิงหรือชาย ต้องยอมรับให้ได้ว่า เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีปัญหา

    ในขณะที่การเมืองบ้านเรายังคุกรุ่นไปด้วยควันร้ายคลุมเมือง ภาวะสงครามที่ดูสดใหม่ เหมือนไม่เคยเหือดหายไม่ว่าจากซีกโลกไหน เป็นปัญหาที่บ่มเพาะขึ้นจากภายใน ยืดเยื้อเรื้อรังซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่ามีทุกที่ มันลุกลามจากจุดเล็กๆ ต่อเนื่องยาวนาน เรื่องเล็กๆ ที่เรามองข้ามจนเกิดเหตุไม่เล็กและคาดไม่ถึง

    หันหาความสงบทางใจ ปรับทุกข์ด้วยหนังสือธรรมะสักเล่ม เรียกหาสติสัมปชัญญะให้กับตัวเอง สิ่งที่ขอได้คือขอให้เรามีปัญญาเพื่อจะได้หันมาเจรจากัน อะไรๆ จะไม่เลวร้ายลงรากลึกไปกว่านี้ หากเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก...เช่นเดียวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงละครใบเล็ก โรงละครแห่งชีวิต

     “ไม่ว่าหญิงหรือชาย ต้องยอมรับให้ได้ว่า เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีปัญหา”

    นี่คือหัวใจของนวนิยายเรื่อง “เวียดนามตามลำพัง” โดย ขจรฤทธิ์ รักษา นักเขียนรางวัลศิลปาธร ซึ่งเป็นนวนิยายที่ใช้ฉากเรื่องราวที่ฮานอย เรื่องเล่ารอบทะเลสาบโฮฮว๋านเกี๋ยม ประวัติศาสตร์ของเวียดนามเป็นรายละเอียดตลอดการเดินทางของตัวละครและตามด๋าว เป็นเมืองตากอากาศสมัยฝรั่งเศสปกครองอยู่ ห่างจากฮานอยราวๆ 80 กิโลเมตร เป็นเมืองภูเขา อากาศเย็นและมีหมอกตลอดปี แต่ฉากสำคัญที่สุดของหนังสือเล่มนี้คือ ปัญหาชีวิตของแต่ละคนบนโลกนี้

    ทุกการเดินทางสำหรับนักเดินทางมืออาชีพหรือไม่ใช่ก็ตาม มักจะได้ยินคำว่า “จุดหมายไม่สำคัญเท่าสองข้างทางเสมอ” ข้าพเจ้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เรื่องเล่ารายทางมีเสน่ห์มาก เพราะการเดินทางนั้นนอกจากมีสิ่งที่ “Must See” แล้ว เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นล้วนเป็นกำไรชีวิตทั้งสิ้น หากฉุกคิดและนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการเดินทางของแจม (ดวงสมร) ตัวละครเอกที่เดินเรื่องในนวนิยายเล่มนี้ เธอผู้มีปัญหาชีวิตครอบครัวอย่างที่ข้าพเจ้าเองคาดไม่ถึงว่า การเลือกเดินทางผิด ใช้ชีวิตผิด ๆ การแก้ปัญหา หาทางออกในวิธีคิดของเธอจากปัญหาภายในครอบครัวของเธอกับสามีมาใช้ชีวิตสุรุ่ยสุร่ายในวงอโคจร ประชดประชันโลกด้วยวิธีคิดแบบผู้ชาย เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป และสิ่งที่สะท้อนกลับมาก็ไม่ต่างกับสิ่งที่เธอเพาะเชื้อร้ายนั้นออกไป เรื่องร้ายมักลุกลามออกไปได้ง่าย รวดเร็ว สนุกปาก ทั่วถึง ทำร้ายชีวิตคนคนหนึ่งได้ เธอจึงเหมือนตัวเชื้อโรคที่น่ารังเกียจของสังคม แทบจะไม่เหลือที่ให้เธอยืนอีกแล้วบนโลกนี้

    ปัญหาครอบครัวซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของสังคม เริ่มต้นด้วยคนสองคน ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน หากเริ่มต้นด้วยความรัก การยอมรับในตัวตนของกันและกัน ความจริงใจ ให้เกียรติ ไม่หลอกลวงกันแต่แรก อะไรจะไม่เลวร้ายต่อเนื่อง เพียงแต่บางคนอยากปกปิดเพศสภาพของตนว่าเป็นรักร่วมเพศและต้องการแต่งงานเพื่อปกปิดปมบางอย่างหรือเพื่อให้คนอื่นมองตนเป็นมนุษย์ปกติ เป็นปมในใจ แต่ลืมไปว่า ได้ทำร้ายอีกชีวิตและอีกหลายต่อหลายชีวิตโดยจงใจ ทำร้ายจิตใจต่อเนื่องแบบลูกโซ่ หากคู่ชีวิตคิดเป็นหรือยอมรับ ทำความเข้าใจกับเพศสภาพและภาวะจิตใจที่ป่วยนี้ได้ ปัญหาอาจลดน้อยลง แต่บางอย่างยิ่งปกปิด ยิ่งเท่ากับเปิดเผย เปิดแผล ทั้งแผลเก่า แผลใหม่รักษาไม่หาย บางแผลก็ปล่อยให้เรื้อรังไม่ได้รับการเยียวยา

    ทว่าใครบ้างจะมีสติและรับที่จะอยู่ร่วมกับปัญหาเหล่านี้ได้โดยไม่คิดว่านี่คือปัญหา

    ผู้เขียนลงรายละเอียดความคิดระหว่างเพศชายและเพศหญิงได้ลึกซึ้งด้วยภาษาธรรมดาๆ ดิบ ๆ แรงมากในความรู้สึกแต่ไม่หยาบ!! ตัวละครให้ภาพอารมณ์ความรู้สึกได้คมชัดในเรื่องความคิดเพราะเรื่องเหล่านี้ต้องยอมรับว่ามันคือความจริง มันมีอยู่จริง ความจริงบางอย่างมันบิดเบือนไม่ได้ พูดไม่ได้ มันไม่สวยงามเหมือนโลกในฝัน ชีวิตคู่ไม่ได้ราบรื่นไปได้ทุกคู่ ปัญหามีแตกต่างกันออกไปล้วนแล้วแต่มีสาเหตุ มนุษย์ทุกคนคือผลผลิตแห่งความบกพร่อง มนุษย์ทุกคนมีเรื่องผิดปกติในชีวิต ความรักเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาตอนจบได้ การเดินทางไม่ว่าจะเดินทางอยู่กับที่หรือการเดินทางที่ใครมักบอกว่าคือการค้นพบชีวิตหรือคือการเยียวยาชีวิตนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของแต่ละคน เราจะมองเห็นถึงสัจธรรมในชีวิตหลายๆ อย่าง ที่สำคัญคือเตือนสติให้คนเรารักษาศีล 5 โดยเฉพาะศีลข้อที่ 3 นำมาซึ่งปัญหามากมายภายในครอบครัว
     

    เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้เป็นการตีแผ่ปัญหาสังคมของคนชั้นกลางๆ อย่างเราๆ ซึ่งกำลังสร้างครอบครัว ทำงาน มีสังคม ปัญหาที่เริ่มจากคนที่ดูเหมือนปกติโดยสร้าง “เปลือก” หรือ “เกราะ” ห่อหุ้มความผิดปกติในจิตใจ สร้างโลกแห่งการยอมรับด้วยความเห็นแก่ตัวของตน ขณะที่อีกฝ่ายวิ่งหาความสุขจากภายนอกหวังถมที่ว่างภายในที่คว้างลอยเพียงคิดว่าชดเชยสิ่งที่ขาดหายไป แต่เป็นทางเดินที่สร้างปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด
     

    ข้าพเจ้าวางหนังสือเล่มนี้ลงด้วยความเศร้าลึกๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกลับมองโลก มองความเป็นจริงของชีวิตด้วยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจหัวอกผู้หญิงที่ถูกกระทำ ถูกประณามเนื่องจากการหาทางออกด้วยวิธีคิดผิด ๆ หดหู่ หมดความหวัง และกำลังมองหาแสงทองของชีวิต
     

    บนความรู้สึกหนักอึ้งกับความคิดของเพศชายที่สาดใส่ผู้หญิงสำส่อนด้วยวาจา เจ็บยิ่งเสียกว่าการถูกทุบตีให้เจ็บ แล้วก็ต้องยอมรับโดยปริยายว่า ใครก็ไม่สามารถดูถูกเราได้หากเราไม่ทำให้เขาดูถูก ใครก็ด่าเราไม่เจ็บเท่าเราด่าตัวเอง จึงเห็นภาวะสังคมเล็กๆ ของเราตรงนี้ว่าสังคมเราป่วยและยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างถูกทาง

    แต่ท้ายที่สุด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น อย่ามัวแต่โทษคนอื่นหรือสังคมอีกเลย ถึงตรงนี้ ธรรมะ ช่วยได้ และขอให้รำลึกไว้ว่า ทุกปัญหามีทางออก โลกยังมีที่ว่างให้วางเท้าเสมอ 

    ขอเพียงย้อนดูสิ่งที่เราคิด เราทำและควรมีสติในการดำรงชีวิต 0

    ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    Life Style : Read & Write

    http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/read-write/20100611/336640/เวียดนามตามลำพังและขจรฤทธิ์-รักษา.html

     

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design