สมาชิกล็อกอินที่นี่
เสาร์ 16 ธันวาคม 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://bookgang.net/
    ก๊วนปาร์ตี้
  • http://www.typhoonbooks.com/
    สำนักหนังสือไต้ฝุ่น สำนักของปราบดา หยุ่น
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/
    จุดประกายวรรณกรรม
  • http://www.kosolanusim.com/
    โกศล อนุสิม นักเขียน
  • http://www.tuneingarden.com/
    'รงค์ วงษ์สวรรค์
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง
  • http://www.makhampom.net/
    กลุ่มละครมะขามป้อม

  • หน้า [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] 13 [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59] [60] [61] [62] [63]
    กิจกรรมสมาคมนักเขียน
    กำหนดการ ๔๐ ปีสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    (06 Oct 2011 2:46:43 am)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 1993
    กำหนดการ วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม ค่ะ

    ๔๐ ปีสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    “หวัง ฝัน จริง ต่อวงวรรณกรรมไทย”
    วันเสาร์ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔
    ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ ๑๖ ณ ห้องประชุม ๔ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
    -----------------------------------

    ภาคเช้า
    ๙.๐๐ น. -ลงทะเบียน
    ๙.๓๐ น. -นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน
    -ชมวีดิทัศน์ ๔๐ ปีสมาคมนักเขียน
    -พิธีประกาศเกียรติคุณแด่ คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต
    -พิธีมอบรางวัลสุภาว์ เทวกุล
    ๑๐.๐๐ น. - การเสวนา “บทบาทของสมาคมนักเขียน อดีต อนาคต ในสายตาอดีตนายก”
    โดย ธนิต ธรรมสุคติ ประยอม ซองทอง เพ็ญศรี เคียงศิริ ประภัสสร เสวิกุล
    ไมตรี ลิมปิชาติ ชมัยภร แสงกระจ่าง ดำเนินการเสวนาโดย นิเวศน์ กันไทยราษฎร์
    ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

    ภาคบ่าย
    ๑๓.๓๐ น. -การอภิปราย “หวัง ฝัน จริง ต่อวงวรรณกรรมไทย” โดย โตมร ศุขปรีชา
    ขจรฤทธิ์ รักษา อุทิศ เหมะมูล งามพรรณ เวชชาชีวะ วัชระ สัจจะสารสิน
    ดำเนินรายการโดย สิรนันท์ ห่อหุ้ม
    -มอบรางวัลผู้แต่งกายย้อนยุคดีเด่น
    ๑๖.๐๐ น. นายกสมาคมนักเขียน กล่าวปิดงาน
    (เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ พิธีกร)

    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    ''จเด็จ กำจรเดช'' คว้ารางวัลซีไรต์/เดลินิวส์
    (23 Sep 2011 13:15:03 pm)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 1991
    หนังสือรวมเรื่องสั้น แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ ของนักเขียนหนุ่มจากจ.สุราษฎร์ธานี ''จเด็จ กำจรเดช'' คว้ารางวัลซีไรต์ ประเภทเรื่องสั้นประจำปี 2554 กรรมการเผยเป็นเรื่องสั้นสร้างพลังกระทบใจ ผู้เขียนสร้างสรรค์กลวิธีการเล่าเรื่องหลายวิธี ท้าทายการตีความ มีเนื้อหาเข้มข้นน่าติดตาม ขณะอ่านรู้สึกว่าใจสั่น หลังอ่านจบนอนไม่หลับ ติดค้างในใจตลอด ขณะที่เจ้าตัว ดีใจแต่กดดัน
       
    เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 ก.ย.ที่ห้องเจ้าพระยา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) เป็นประธานแถลงข่าวประกาศผลรางวัลซีไรต์ ประเภทเรื่องสั้น ประจำปี 2554 จากจำนวนเรื่องสั้น 7 เรื่องที่เข้ารอบสุดท้าย ประกอบด้วย 1. เรื่องสั้นของฟ้า ของ ฟ้า พูลวรลักษณ์ 2. เรื่องของเรื่อง ของ พิเชษฐ์ศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์ 3. แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ ของ จเด็จ กำจรเดช
    4. กระดูกของความลวง ของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ 5. นิมิตต์วิกาล ของ อนุสรณ์ ติปยานนท์ 6. บันไดกระจก ของ วัฒน์ ยวงแก้ว และ 7. ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำตลอดชีวิต ของ จักรพันธุ์ กังวาฬ
       
    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ทั้ง 7 ท่านมีมติให้รวมเรื่องสั้นเรื่องแดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ ของจเด็จ กำจรเดช ได้รับรางวัล เนื่องจากเป็นรวมเรื่องสั้นที่สร้างพลังกระทบใจ นำเสนอประเด็นอันหลากหลายเกี่ยวกับมนุษย์ในสังคมไทยร่วมสมัยที่มีความซับซ้อน ความยอกย้อนและความไร้สาระ ผู้เขียนได้เสนอการปะทะกันระหว่างความจริงกับความจริงเสมือน ความรู้กับความเชื่อ ตลอดจนความเป็นเรากับความเป็นเขา ผู้เขียนได้สร้างสรรค์กลวิธีการเล่าเรื่องหลายวิธีที่ท้าทายการตีความ เช่น การตัดต่อ การซ้ำ การใช้มุมมอง การเสียดสี การสร้างสัมพันธบท ตลอดจนการสร้างตัวละครที่อยู่ในภาวะความรู้และความไม่รู้ ซึ่งสร้างความคลุมเครือและความลวง กลวิธีเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านสร้างความหมายได้หลายระดับ รวมเรื่องสั้นแดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ ของจเด็จ กำจรเดช จึงสมควรได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประเภทเรื่องสั้น ประจำปี 2554 นี้
       
    รศ.ยุรฉัตร บุญสนิท ประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า คณะกรรมการได้ร่วมกันสรุปประเด็นแล้วว่าเป็นรวมเรื่องสั้นที่มีเนื้อหามีพลัง ซึ่งผลการตัดสินครั้งนี้มีแง่ดีที่มีความเห็นที่หลากหลาย  คณะกรรมการพยายามตีความเพื่อนำทางให้ผู้อ่านมองเห็นประเด็นสำคัญที่น่าชมเชยทำให้ได้รับรางวัล ด้าน นายพรชัย สิริยะประภานนท์ นักเขียนและนักวิจารณ์อิสระหนึ่งในคณะกรรมการ เล่าถึงสิ่งที่ประทับใจในรวมเรื่องสั้นนี้ว่า มีเนื้อหาที่เข้มข้นน่าติดตาม เมื่ออ่านแล้วเกิดความอยากรู้อยากเห็น ขณะอ่านมีความรู้สึกว่าใจสั่น และหลังอ่านจบมีความรู้สึกว่านอนไม่หลับติดค้างในใจตลอด หรือเราเรียกว่า พลังทางศิลปะ ซึ่งสรุปได้ว่าพลังทางศิลปะในเรื่องนี้มีสูงมาก
       
    ขณะที่ จเด็จ กำจรเดช นักเขียนรางวัลซีไรต์หมาด ๆ กล่าวว่า ตอนแรกที่ทราบว่าเข้ารอบ 7 คนสุดท้ายก็รู้สึกว่ามาไกลแล้ว แต่การจะได้รับรางวัลไม่ใช่เรื่องง่ายต้องอยู่ที่คณะกรรมการด้วย ซึ่งผลงานของทุกคนก็ดีหมด แต่พอทราบว่าตัวเองได้รับรางวัลกลับรู้สึกกดดัน เพราะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิเปรียบเทียบกับผลงานผู้อื่นด้วย ทำให้สับสน แต่
    ลึก ๆ แล้วดีใจมาก แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้มาจากสังคมไทยโดยรวม แต่จะเน้นที่ผลกระทบของจิตใจ ที่เกิดเป็นอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าเพื่อหาเรื่องมาเขียนสะท้อนให้เห็นสังคมในปัจจุบัน ซึ่งเราไม่อยากแสดงภาพภายนอกที่หลายคนทราบดี แต่อยากเสนอภาวะทางจิตใจที่ถูกกระทำและไม่มีใครทราบมาก่อน สำหรับงานเขียนปีต่อ ๆ ไป อยากให้นักเขียนรุ่นใหม่มองสังคมให้กว้างขึ้น เพราะรุ่นเก่ามักจะโฟกัสไปที่ตัวของบุคคลมากเกินไป อยากให้มองไปข้างหน้าแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ซึ่งเรื่องสั้นรวมนี้ตนคาดหวังว่าอันดับแรกคือผู้ที่ได้อ่านจะสนุกสนานเพลิดเพลินและรับรู้แรงกดดันของตัวละครเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถคิดได้
       
    สำหรับประวัติของ จเด็จ กำจรเดช  เกิดวันที่  21 พ.ย. 2518 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ศึกษาที่วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช เป็นช่างเขียนรูป เป็นนักแต่งเพลง ร้องเพลงเล่นกีตาร์พร้อม ๆ กับเขียนหนังสือ แปลเรื่องสั้นของตัวเองไว้จำนวนหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลงานของตนกับของนักเขียนชั้นเยี่ยมของโลกในโลกภาษาอังกฤษ ในปี 2551  รวมเรื่องสั้น (ฉบับ) ทำมือ “หนุมานเหยียบเมือง” ได้รางวัล ไทยแลนด์ อินดี้ อวอร์ด 2008 ปัจจุบันกำลังเขียนนวนิยายเกี่ยวกับผู้คนหลากหลายสัญชาติ ซึ่งโคจรมาพบกันบนเกาะแห่งหนึ่งกลางทะเลอ่าวไทย.

    ที่มา เดลินิวส์ ออนไลน์
    วันพุธ ที่ 21 กันยายน 2554 เวลา 10:09 น
    http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=38&contentID=164785 อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" ของ จเด็จ กำจรเดช คว้ารางวัลซีไรต์ประจำปี 2554
    (23 Sep 2011 12:43:29 pm)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 2002

    คณะกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ได้พิจารณาคัดเลือกหนังสือรวมเรื่องสั้น"แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ"ของ จเด็จ  กำจรเดช เป็นผู้ชนะรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี 2554

     

     

    จากการคัดเลือกหนังสือจำนวน 83 เล่ม คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอหนังสือรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 7 เล่ม ได้แก่ "24  เรื่องสั้นของฟ้า" ของ  ฟ้า  พูลวรลักษณ์ "เรื่องของเรื่อง" ของ  พิเชษฐ์ศักดิ์  โพธิ์พยัคฆ์ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" ของ  จเด็จ  กำจรเดช "กระดูกของความลวง" ของ  เรวัตร์  พันธุ์พิพัฒน์ "นิมิตต์วิกาล" ของ  อนุสรณ์  ติปยานนท์ "บันไดกระจก" ของ  วัฒน์ ยวงแก้ว และ "ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำตลอดชีวิต" ของ  จักรพันธุ์ กังวาฬ

     

    ทั้งนี้ งานพระราชทานรางวัลซีไรต์ประจำปี 2554 (ปีที่ 33) โดย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จพระราชทานรางวัล ในวันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2554 ณ ห้องรอยัลบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เวลา 19.30 น.

     


    ภาพ: จากเฟซบุ๊ค"จเด็จ  กำจรเดช"

     

     

    ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการคัดเลือกได้ร่วมกันสรุปภาพรวมของเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2554  โดยแสดงความเห็นต่อ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" ว่า

     

    "เป็นรวมเรื่องสั้น 12 เรื่อง ที่ทำให้เรามองสิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไป เรื่องสั้นเหล่านี้แม้จะดูหนักหน่วงมีมิติที่ทับซ้อน มีมุมมองที่แปลกต่าง หากแต่มีความหมายอันน่าพินิจ


    นักเขียนเน้นการเล่าเรื่องอย่าง มีชั้น เชิง อย่างซ่อนเงื่อนซ่อนปม กำกับบทบาทความคิดอย่างมีศิลปะในการเรียงร้อยและจัดวางจังหวะถ้อยคำและข้อความ เรื่องราวที่มีลีลาเชิงอุปลักษณ์ ประชดประชัน ยั่วล้อ การละเล่นกับความแปลกประหลาด ความชำรุดของสังคมและปรัชญาที่แฝงอยู่ ลงไปถึงรายละเอียดของอารมณ์มนุษย์ ภายหลังเผชิญความโศกเศร้าและหายนะ เผชิญชะตากรรมที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ภาพย่อยในเนื้อหาแต่ละเรื่อง เรียกอารมณ์ และวิธีการมองโลก กระตุ้นให้คิดตามและคิดต่อ

     

    กล่าวได้ว่า รวมเรื่องสั้นชุดนี้โดดเด่นด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องในแบบเฉพาะตน ฝีมือในเชิงการประพันธ์ มีสีสันในแง่ของการนำเสนอโลกทัศน์ ต่อชีวิต สังคมและโลกที่ลุ่มลึก พร้อมทั้งกลวิธีทางวรรณศิลป์ที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เข้มข้นด้วยอารมณ์อย่างน่าสนใจ เป็นเรื่องสั้นชุดหนึ่งที่ท้าทายจิตสำนึกของคนในสังคมได้เป็นอย่างดี"

     

    คณะกรรมการตัดสินมีจำนวน 7 ท่าน ประกอบด้วย นายกสมาคมภาษาและหนังสือหรือผู้แทน นายกสมาคมนักเขียนฯ หรือผู้แทน นักเขียนหรือกวี ผู้ทรงเกียรติคุณ 1 ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิทางวรรณกรรม 3 ท่าน ประธานคณะกรรมการคัดเลือก (โดยตำแหน่ง) กรรมการตัดสินจะเป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการคัดเลือกไม่ได้ ยกเว้น ประธานคณะกรรมการคัดเลือก และไม่เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากงานที่ได้รับการคัดเลือก คณะกรรมการตัดสินมีหน้าที่พิจารณางานวรรณกรรมที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอ และตัดสิน 1 เล่ม ให้ได้รับรางวัลซีไรต์  ได้แก่:

     

    1.   รองศาสตราจารย์ ดร.สรณัฐ  ไตลังคะ นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
    2.   นายเจน  สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    3.   ผศ.ดร. ธเนศ เวศร์ภาดา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    4.   รศ. ยุรฉัตร บุญสนิท สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ   วิทยาเขตสงขลา
    5.   ผศ.ดร.ธัญญา  สังขพันธานนท์  นักเขียนซีไรต์ นามปากกา "ไพฑูรย์ ธัญญา" หัวหน้าภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    6.   นายพรชัย  วิริยะประภานนท์ นักเขียน-นักวิจารณ์อิสระ  นามปากกา "นรา"
    7.   ประธานคณะกรรมการคัดเลือก

     

    โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลซีไรต์ในรอบสุดท้ายได้แสดงความเห็นต่อผลงานชิ้นนี้ว่า ผลงานชิ้นนี้สร้างพลังกระทบใจ นำเสนอประเด็นหลากหลายเกี่ยวกับมนุษย์ในสังคมไทยร่วมสมัยที่มีความซับซ้อน ยอกย้อน และความไร้สาระ โดยผู้เขียนเสนอการปะทะกันระหว่างความจริงกับความจริงเสมือน ความรู้กับความเชื่อ ความเป็นเรากับความเป็นเขา ผ่านกลวิธีการเล่าเรื่องหลากหลายที่ท้าทายการตีความ

     

    ด้านประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลซีไรต์ ร.ศ.ยุรฉัตร บุญสนิท อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ทักษิณ วิทยาเขตสงขลา  ให้ความเห็นว่า คณะกรรมการสรุปประเด็นสอดคล้องกันว่า ผลงานรวมเรื่องสั้น "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ"  มีพลังของเนื้อหาใช้ความเป็นไปของสังคมร่วมสมัยในการเล่าเรื่อง ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการเล่าเรื่องทำให้เห็นมุมมองอันหลากหลาย

     

    หนึ่งในกรรมการ "ธัญญา สังขพันธานนท์" หรือนามปากกา "ไพฑูรย์ ธัญญา" กล่าวว่า รวมเรื่องสั้นของจเด็จ  กำจรเดช  เป็นภาพแทนนักเขียนร่วมสมัย ที่แตกต่างกับสังคมยุคก่อน อาจเพราะสังคมที่มีความซับซ้อนกระจัดกระจายและไร้พรมแดน จึงทำให้งานของเขามีความน่าสนใจ เช่น เรื่องสั้นตามชื่อของหนังสือ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" ที่นำเสนอเรื่องราว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกเล่าถึงผลกระทบบต่อคนเล็กคนน้อย  แฝงไปด้วยความโรแมนติค เพราะวัฒนธรรมของคนภาคใต้ การรวมกลุ่มจิบกาแฟ เป็นกิจการรมที่เข้มแข็งมีมานาน เป็นอัตลักษณ์ของคนภาคใต้ ที่ต้องมานั่งในร้านกาแฟยามเช้า เพื่อมาแลกเปลี่ยนข้อมูลสร้างความสนุกสนานร่วมกัน แต่ถ้าแดดยามเช้าร้อนเกินไปไม่น่าจะนั่งจิบกาแฟ จึงมีประเด็นที่หลากหลายที่กระทบความรู้สึกคน

     

    ขณะที่กรรมการอีกคนคือ "พรชัย วิริยะประภานนท์" คอลัมนิสต์ชื่อดัง ที่ใช้นามปากการว่า "นรา"  พูดถึงผลงานชิ้นนี้ว่า อ่านแล้วเกิดควาอยากรู้อยากเห็น รู้สึกใจสั่น ผลข้างเคียง คือ นอนไม่หลับ เพราะความคิดยังติดค้างอยู่ในหัว  ขอเรียกความรู้สึกนี้ว่า "พลังทางศิลปะ"

     

    ส่วนนักเขียนรางวัลซีไรต์คนล่าสุดอย่างจเด็จ ให้สัมภาษณ์มติชนรายวันว่า ใจหนึ่งก็รู้สึกยินดีและตื่นเต้นที่งานรวมเรื่องสั้นเล่มแรกได้รับรางวัล แต่อีกใจก็กังวล เพราะรางวัลจะเป็นแรงกดดันในการทำงานชิ้นต่อไปให้ต้องดีกว่าเดิม
    

    "ผมทำเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะผิดหวังกับงานชิ้นนี้ ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวัง แต่พอเข้ารอบสุดท้ายก็มีหวังบ้าง การได้รางวัลนี้ไม่ได้แปลว่าเก่งหรือเหนือกว่าคนอื่น เพราะก็คงมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ก็พยายามที่สุดแล้วที่จะเขียนงานที่สะท้อนมุมมองข้างนอก ด้วยสายตาจากข้างใน ซึ่งผมจะทำงานต่อไปเพื่อพิสูจน์ตัวเอง" จเด็จกล่าว

    ที่มา มติชน ออนไลน์
    วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 14:40:17 น.
    http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316504670&grpid=01&catid=&subcatid=

    อ่านต่อ...next
    สัมภาษณ์
    เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์... หลากมุมคิดของ"นักรู้สึก"
    (04 Sep 2011 16:34:24 pm)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 2001

    ผู้ชายในรูปบอกกับเราด้วยรอยยิ้มนิดๆ ว่า หากให้นิยามตัวเองแล้วเขาคงเป็น "นักรู้สึก" ที่มีความสุขกับการสังเกตโลก สังเกตตัวเอง

    ทั้งๆ ที่สาธารณชนรู้จัก "เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์" ในมุมของ "นักเขียน" ที่สร้างสรรค์ผลงานได้หลายหลาก ทั้งบทกวี ที่เคยทำให้คว้าซีไรต์มาจากรวมบทกวีเรื่อง "แม่น้ำรำลึก" รวมถึงเรื่องสั้นที่ล่าสุด "กระดูกของความลวง" เพิ่งเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์อีกครั้งในปีนี้

    "เพราะ งานของเราเขียนจากความรู้สึก ไม่ได้เขียนจากความคิดโดยตรง นักคิดอาจวิเคราะห์ค้นคว้ามาก แต่นักรู้สึกต้องมีอะไรกระทบใจ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะเขียนไปเพื่ออะไร แต่จะว่าไปก็คงเขียนเพื่อตัวเอง เหมือนพอมีอะไรมากระทบความรู้สึกเศร้า ทุกข์ อ่อนไหว เปราะบางก็ต้องปล่อยออกไป"

    เพราะงั้นทุกครั้งที่เรวัตรลงมือเขียนงานในช่วงก่อนหน้านี้่ จึงไม่ต่างกับการเยียวยาความรู้สึกต่างๆ ของตัวเอง

    โดย เฉพาะประเด็นที่ว่าด้วยกลุ่ม Underdog ของสังคม ที่เรวัตรว่ามันมาจากใจลึกๆ ของตัวเอง ที่มาจากความรู้สึกที่ว่าตัวเองก็เป็นคนหนึ่งในกระแสรองของสังคม เป็นเหมือนส่วนเกินของกลุ่มก้อน ถึงวันนี้จะประสบความสำเร็จในชีวิตระดับหนึ่ง เขาก็ว่าสิ่งที่ฝังมาลึกๆ ในใจก็ยังคงฝังแน่นอยู่ดี

    จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักวิจารณ์หรือนัก อ่านหลายคนจะรู้สึกว่า เรื่องเล่าของเรวัตรมีน้ำเสียงของเรื่องจริงที่ถูกป้ายด้วยสีฝุ่นหม่นๆ ชวนให้ใจรู้สึกซึมๆ

    ทว่าในกระดูกของความลวง หลายอย่างแตกต่างออกไป

    "พยายาม ที่จะฉีก พยายามที่จะผละจากเล่มเก่า ถอยออกมาบ้าง ไม่เอาตัวเองเข้าไปมาก อยากออกจากตัวเองบ้างในบางครั้งถอยห่างออกมาไม่คลุกคลีกับตัวละครมาก ไม่งั้นเดี๋ยวจะหมกมุ่นในความมืดมากเกินไปทั้งเราและคนอ่าน" ว่าแล้วก็ยิ้มกว้าง

    เพราะงั้นในรวมเรื่องสั้นเล่มล่าสุดนี้ จึงเห็นถึง "ความคิด" ที่เข้มขึ้นในประเด็นใหม่ๆ ท่ามกลางเอกลักษณ์เดิมอย่างท่วงทำนองแห่งภาษา โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าด้วย "ความจริง-ความลวง" ที่เป็นกระดูกสันหลังของเรื่องเล่า

    "เรา ก็เป็นตัวละครหนึ่งในโลก เรามีชีวิตอยู่มาได้จนทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการเอาความลวงมาหล่อเลี้ยงให้คิดว่าตัวเองมีคุณค่า ถ้าเราลวงมากไป บางทีก็ทำให้เราปล่อยเวลา ปล่อยชีวิตให้ผ่านไปวันๆ พอความลวงใหญ่ขึ้น ก็เหมือนโกหกตัวเองจนเราเชื่อ ทั้งที่พอพินิจจริงๆ แล้วเราอาจไม่ได้ทำอะไรให้ชีวิตเราหรือให้คนอื่นเลย"

    เรวัตรมองว่า ความลวงที่ว่าเกิดทั้งในระดับปัจเจกและระดับสังคม และเป็นผลมาจากการ "เลือกเชื่อ"

    "บาง ทีเราเลือกที่จะเชื่อเรื่องโกหก ฟังแล้วสบายใจ ไม่ชอบการพูดตรงๆ ไม่เชื่อเรื่องจริง เชื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่ต้องกับจริตของตัวเอง ทั้งที่ก็รู้แก่ใจว่าโกหกทั้งคู่ แล้วมาแบ่งฝ่ายกัน มันไม่ได้เพิ่งเกิด แต่เกิดมานานแล้ว ที่ผ่านมาเราพยายามมองข้าม พยายามปกปิด ลวงตัวเองว่าสังคมเราไม่มีอะไร ทั้งที่เราก็เห็นปัญหา คนเรามักไม่ค่อยแตะต้องตัวเอง แต่ชอบแตะต้องคนอื่น เราเป็นสวรรค์คนอื่นเป็นนรกเสมอ"

    เรวัตรวิเคราะห์ว่าความลวงทั้งหลายในบ้านเมืองนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากเพราะเราเป็น "สังคมนักพูด"

    "มัน ไม่มีใครฟังใคร เพราะประเทศเราไม่มีนักฟัง มีแต่นักพูด แล้วเราก็ชอบเพราะมันง่าย สนุกชั่วครู่ชั่วคราว ใครพูดประชดประชันคนอื่นก็กรี๊ดฮา" เรวัตรกล่าวนิ่งๆ

    ย้อนกลับไปยัง งานเล่มนี้ เรวัตร์ก็บอกว่าเขาพอใจในการฉีกตัวเอง ทว่าก็อยากทำให้ลุ่มลึกและกลมกล่อมกว่านี้ แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดี

    แต่ที่ทำทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะต้องการจะหนีคลื่นลูกใหม่ในแวดวงนักเขียนที่ไล่หลังมา เรื่อยๆ เพราะสำหรับเรวัตรแล้วการหนีที่สำคัญที่สุดก็คือการหนีตัวเอง

    "เรา ไม่มีสิทธิหนีคนอื่น เพราะก็ไม่ได้ไปตามอ่านงานทุกชั้นของทุกคน แต่เราต้องเคลื่อนตัวเองให้ไปข้างหน้า ทำตัวให้เป็นคลื่นที่มีพลวัต เคลื่อนช้าบ้าง เอื่อยบ้าง แต่ก็ยังเคลื่อน เพียงแต่ระหว่างทำงานชิ้นใหม่ๆ ก็อยากให้ออกมาดีกว่าเดิมทุกครั้ง"

    ส่วนงานเล่มใหม่ นั้น เรวัตรว่ากำลังจะเขียนนิยายเพราะคันไม้คันมือมาพักหนึ่งแล้ว หลังจากเห็นเพื่อนๆ น้องๆ สนุกสนานกับนิยายกันมาระยะหนึ่ง

    พูดคุยกันมา ทุกครั้งที่มีประเด็นว่าด้วยเรื่องการเขียน ผู้ชายคนนี้จะมีแววตาสดใสสุดสุด

    อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าไม่เขียนหนังสือ เรวัตรจะเป็นยังไง

    เรวัตร์ฟังแล้วยิ้มกว้าง ก่อนบอกชัดเจนว่า

    "ไม่เคยคิด ยังไงก็ต้องเขียน"

    เพราะไม่งั้น...

    "คงเป็นบ้าไปเลย โลกการเขียนมันดึงดูดเราไม่ให้ลอยไป"

     



    หน้า 23,มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2554
    อ่านต่อ...next
    กิจกรรมสมาคมนักเขียน
    กำหนดการ ในวาระครบรอบ ๔๐ ปีสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    (26 Aug 2011 13:21:56 pm)
    โพสต์โดย : petchyupa
    อ่าน : 1997

    กำหนดการ

    อ่านต่อ...next
    หน้า [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] 13 [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59] [60] [61] [62] [63]
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design